อย่างไรก็ดีการพัฒนา SmartWatch ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น
ซึ่งกว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการและพร้อมออกขายในทั่วโลกก็คงต้องรอถึงปี
2014 เลยจร้า
วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ทีม Surface ร่วมทำ MS SmartWatch
การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ของไมโครซอฟท์นอกจากความคล่องตัวในการบริ
หาร ตลอดจนการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ขึ้นมา
ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ SmartWatch การรวมทีมงานผู้ผลิต Surface กับทีมงาน Xbox
แสดงความเป็นไปได้ที่นาฬิกาข้อมือชนิดนี้จะสามารถทำงานร่วมกับแท็บเล็ต
Surface และเครื่องเล่นเกม Xbox ได้
รวมถึงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยดูแลเรื่องสุขภาพของผู้ใช้ได้เช่นกัน
นอกเหนือจากนี้ฮาร์ดแวร์ที่ใช้ยังอาจมาพร้อมกับอะลูมิเนียมชนิดหนึ่งที่
เรียกว่า Oxynitride มีคุณสมบัติโปร่งแสง ทนทานกว่าแก้วถึงสามเท่า
มีหน้าจอขนาด 1.5 นิ้ว สายรัดข้อมือสามารถถอดเปลี่ยนเองได้มี 6 สีให้เลือก
ได้แก่ ฟ้า, แดง, เหลือง, ขาว, ดำ และเทา มีหน่วยความจำภายใน 6 GB
พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ และสนับสนุน LTE
ซอฟต์แวร์ที่หายไป จะกลับมาใน S4
Samsung Knox เป็นซอฟต์แวร์สำหรับการใช้งานในองค์กรที่
เน้นเรื่องการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยทั้งในธุรกิจ
และแยกข้อมูลส่วนตัวออกจากข้อมูลทางธุรกิจ
ตลอดจนปกป้องข้อมูลในกรณีที่โทรศัพท์มือถือเกิดความเสียหายหรือถูกโจรกรรม
หลังจากเปิดตัวในงาน MWC 2013 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และมีข่าวว่าจะรวมมากับ
Galaxy S4 ด้วย แต่ด้วยเหตุผลถึงความไม่พร้อมของ Samsung Knox
จึงทำให้มันไม่ได้มากับ Galaxy S4 ด้วย
แต่ล่าสุดซอฟต์แวร์เพื่อความปลอดภัยดังกล่าวกำลังจะถูกทดสอบกับ Galaxy S4
ในฝั่งยุโรปแล้ว
ซึ่งรูปแบบที่ปล่อยให้ผู้ใช้นั้นน่าจะเป็นการอัพเดตซอฟต์แวร์มากกว่า
อย่างไรก็ตามข้อดีหรือข้อเสียของ Samsung Knox เรายังไม่มีข้อมูลมากนัก แต่เชื่อว่าหลังจากปล่อยให้ผู้ใช้ในยุโรปได้เริ่มทดสอบกันก็น่าจะมีรายงาน ถึงสรรพคุณของซอฟต์แวร์ที่ว่ากัน และหากมีความสมบูรณ์และใช้งานได้อย่างปลอดภัยสมราคาซัมซุงล่ะก็ ผู้ใช้ S4 ก็คงได้รับการอัพเดตในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตามข้อดีหรือข้อเสียของ Samsung Knox เรายังไม่มีข้อมูลมากนัก แต่เชื่อว่าหลังจากปล่อยให้ผู้ใช้ในยุโรปได้เริ่มทดสอบกันก็น่าจะมีรายงาน ถึงสรรพคุณของซอฟต์แวร์ที่ว่ากัน และหากมีความสมบูรณ์และใช้งานได้อย่างปลอดภัยสมราคาซัมซุงล่ะก็ ผู้ใช้ S4 ก็คงได้รับการอัพเดตในเวลาต่อมา
จิ๊กซอว์จอแอลอีดี - ฉลาดคิด
และด้วยแนวโน้มกระแสการใช้งานจอแอลอีดี น้อง ๆ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ที่ประกอบด้วย นางสาววรันธร ขยันยิ่ง นางสาวอัจจิมา ชูสุวรรณ และ นายธัชชัย ถวาย ได้ร่วมกันพัฒนา ระบบจอแอลอีดีสำหรับความบันเทิง (The Illuminating LED Jigsaw for Entertain-ment Computing) ขึ้น โดยเรียกสั้น ๆ ว่าระบบไอเจค (iJEC)โดยมี ดร.ปริยกร ปุสวิโร และ ดร.จาตุรนต์ หาญสมบูรณ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา
สำหรับระบบดังกล่าว น้อง ๆ อธิบายว่า จะใช้วิธีการประกอบหลอดแอลอีดีเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ คล้ายกับจิ๊กซอว์ (Jigsaw) โดยจิ๊กซอว์แต่ละตัว สามารถถอดประกอบกันเพื่อสร้างเป็นฉากรูปร่างต่าง ๆ ได้
นอกจากนี้ฉากยังสามารถโต้ตอบแบบอัตโนมัติกับผู้คน ผู้ชม ผู้เล่น หรือนักแสดงได้ ด้วยเทคโนโลยี คินเน็ค ที่ใช้สำหรับการติดตามความเคลื่อนไหวของผู้เล่น เพื่อนำข้อมูลมาประมวลผลก่อนที่จะส่งผลลัพธ์ไปแสดงยังบนฉากโต้ตอบไอเจค
น้อง ๆ บอกว่า กราฟิกสำหรับโต้ตอบกับผู้เล่น จะมีด้วยกัน 3 รูปแบบ รูปแบบแรกคือ การเพติ้ง (Painting) ซึ่งเป็นการจำลองเสมือนผู้เล่นกำลังวาดภาพลงบนฉากไอเจค โดยการใช้มือขวาสำหรับวาด และมือซ้ายสำหรับลบ
ส่วนรูปแบบที่สอง คือ การแทรคกิ้ง (Tracking) ที่จะเป็นกราฟิกสำหรับการติดตามความเคลื่อนไหวของผู้เล่น โดยจะแสดงเงาท่าทางของผู้เล่นบนฉากไอเจค และรูปแบบที่สามคือเท็กซ์ (Text) ซึ่งผู้เล่นสามารถพิมพ์ข้อความเพื่อแสดงบนฉากไอเจค ได้ โดยข้อความสามารถเคลื่อนที่ตามผู้เล่นได้อีกด้วย
น้อง ๆ ทีมนี้ ยังบอกอีกว่า ได้มีการออกแบบและพัฒนาโปรแกรมสำหรับการควบคุมกราฟิก และการตั้งค่าระบบก่อนเริ่มใช้งาน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้
เนื่องจากจิ๊กซอว์สามารถถอดประกอบได้ ทำให้ไอเจคสามารถนำไปประยุกต์ได้กับงานหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการดึงดูดความสนใจจากบุคคลทั่วไปในอาคาร งานนิทรรศการต่าง ๆ และเพื่อความบันเทิงในศูนย์เรียนรู้ เวทีการแสดง การเสริมสร้างจินตนาการเด็ก ๆ ในสนามเด็กเล่น หรือโรงเรียน หรือแม้กระทั่งเพื่อช่วยคลายความเครียดของคนไข้ระหว่างรอตรวจที่โรงพยาบาล
และที่สำคัญ อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบนี้สามารถที่จะนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เป็นการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมอีกด้วย
‘อินเทอร์เน็ต-ยูทูบ’เพื่อนที่แสนดี - 1001
เชื่อว่าคำตอบมีได้เป็นร้อยอย่าง เพราะคนเรามีความชอบต่างกันไป เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง หาของอร่อยรับประทาน เล่นดนตรี (วินโดว์) ชอปปิง ท่องเที่ยว ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ ทำอาหาร ทำขนม เย็บปักถักร้อย ซ่อมบ้าน ซ่อมรถ ต่อโมเดลต่าง ๆ เช่น เครื่องบินเล็ก หุ่นยนต์ หรือฟังธรรม จาระไนไม่หมดค่ะ
หลายคนอาจไม่เคยลองใช้อินเทอร์ เน็ตช่วยเติมเต็มสิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวถึง (และไม่ได้กล่าวถึง) ข้างต้น และสามารถทำได้โดย
ไม่ต้องเสียเวลาออกจากบ้านไปขวนขวายหาความรู้หรือหาข้อมูลเสียด้วย ดิฉันจะขอเล่าจากประสบการณ์ของตัวเองเป็นตัวอย่าง
งานอดิเรกของดิฉันหลากหลายมากและแปรเปลี่ยนตามปัจจัยต่าง ๆ ตั้งแต่ เงินในกระเป๋า โอกาส เวลาและอายุ พอมีวุฒิภาวะ (ก็คือมีอายุเพิ่มขึ้นนั่นแหละค่ะ) โลกเปลี่ยนไปเยอะ ยิ่งในยุคอินเทอร์เน็ตเฟื่องฟูอย่างทุกวันนี้ กิจกรรมที่ดิฉันสนใจหรือทำก็ทั้งเพิ่มขึ้นและเปลี่ยนไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น “การทำปุ๋ยอีเอ็ม” และ “การเลี้ยงไส้เดือน” เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีและกำจัดขยะชีวภาพ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่ดิฉันไม่เคยมองไม่เคยสนใจเอาเสียเลยในวัยเด็ก หรือวัยรุ่น เช่น การเย็บปักถักร้อย ก็เกิดสนใจขึ้นมาในวัยนี้
การได้ลงมือทำสิ่งของด้วยมือของตนเองและเห็นผลงานเป็นชิ้นเป็นอันทำให้ เกิดความรู้สึกภูมิใจ สบายใจและสุขใจมาก ทำแล้วสนุกเพลิดเพลินและรู้สึกหายเครียดจากงาน จากรถติด จากปัญหาอะไรหลายอย่างได้เยอะ เช่น “การเย็บจักร” ดิฉันเสาะหาเทคนิควิธีการเย็บผ้า การใช้ตีนผีจักรแบบต่าง ๆ การต่อผ้าเป็นลวดลาย การเย็บกระเป๋า ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน หมอนหนุนคอ ฯลฯ แต่การอ่านจากหนังสือบางทีก็งงนะคะเพราะนึกภาพไม่ออก แต่ถ้ามีวิดีโอคลิปประกอบก็จะช่วยให้เรียนรู้ได้ง่ายกว่ามาก ดิฉันอาศัย “ยูทูบ (Youtube)” ซึ่งช่วยได้มากค่ะเพราะมีคนใจดีเยอะแยะทำเป็นวิดีโอคลิปสอนและเก็บไว้ในยู ทูบ
ตามมาด้วย “การถักนิตติ้ง” เมื่อตอนเริ่มต้นนั้น ก็แค่อยากทำของให้แม่ใช้ ดิฉันขอให้เพื่อนสอนถักปลอกสวมขาให้อุ่น (leg warmer) จากไหมพรมที่มีอยู่แล้วที่บ้าน แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความสนุกสนานที่ได้ทำได้เห็นชิ้นงาน ดิฉันก็เริ่มค้นหาต่อไปถึงวิธีการถักหมวก ผ้าพันคอ และสิ่งที่แม้แต่ตัวดิฉันเองก็คิดไม่ถึงว่าจะทำได้คือการถักถุงเท้า ดิฉันได้ถักถุงเท้า และอังสะถวายพระ (ตอนไปถามขนาดตัวของพระ พระท่านยังถามว่าจะทันได้ใช้หน้าหนาวนั้นหรือโยม) และทำเป็นของขวัญในโอกาสต่าง ๆ ได้อีก สำหรับกิจกรรมปัจจุบันนี้ของดิฉันคือ “การถักโครเชต์” เช่น การถักกระเป๋า ถักปกเสื้อ ถักผ้าห่ม เป็นต้น
อย่างที่บอกแต่ต้น เรียนรู้เกือบทุกอย่างได้จากการท่องโลกอินเทอร์เน็ต ดิฉันจึงอยากชักชวนให้มาเรียนรู้จากอินเทอร์เน็ตกับยูทูบกัน ไม่น่าเชื่อนะคะว่าจากสถิติในเว็บของยูทูบ ระบุว่ามีผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำกว่า 1 พันล้านรายเข้าชมยูทูบในแต่ละเดือน และในแต่ละเดือนมีผู้รับชมวิดีโอมากกว่า 6 พันล้านชั่วโมง ซึ่งเกือบจะเท่ากับหนึ่งชั่วโมงสำหรับทุก ๆ คนบนโลก
นอกจากนั้น ยูทูบได้รับการแปลเป็นภาษาท้องถิ่นถึง 61 ภาษาใน 56 ประเทศ แค่คุณรู้จักค้นหาด้วย keyword ทั้งไทย ทั้งอังกฤษ เช่น “ลายถักนิตติ้ง ผ้าพันคอ” หรือ “how to knit socks youtube” หรือ “how to raise worms” คุณจะพบแหล่งข้อมูลเยอะแยะมากมาย
ที่คุณจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อยขอยกตัวอย่างสักแหล่งหนึ่ง ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ดิฉันชอบถักนิตติ้งผ้าพันคอนะคะ ครูสอนก็สวย อธิบายง่าย ๆ แถมทำแล้วดูง่ายไปหมด (เกือบ)
ทุกอย่างเชียว http://verypink.com/ 2011/01/11/ida-neck-wrap/ แต่คุณไม่จำเป็นต้องซื้อของจากเขาก็ได้นะคะ และถ้าคุณคิดว่าคลิปนี้มันยังยากเกินไปสำหรับการเริ่มต้น ดิฉันขอให้ลองค้นหาวิดีโอคลิปอื่นที่เป็นพื้นฐานต่อไปเรื่อย ๆ
Android 4.3 มาแล้ว ! เพิ่มฟีเจอร์เพียบ
![]() | |||||||
- OpenGL ES 3.0 คุณสมบัตินี้เหมาะสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการทำเกมที่มีกราฟฟิกสูง ซึ่งใน Android 4.3 จะช่วยให้การเล่นเกมที่มีกราฟฟิกสูงๆมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งในโทรศัพท์มือ ถือและแท็บเล็ต
- Bluetooth Smart เป็นเซนเซอร์สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ประเภท wearable computing เช่น Smart Watch หรืออุปกรณ์สำหรับการออกกำลังกาย ซึ่ง Bluetooth ชนิดนี้ช่วยให้การใช้พลังงานต่ำลง
- Bluetooth AVRCP 1.3 สนับสนุนการควบคุมอุปกรณ์สตรีมเพลงทั้งในโทรศัพท์มือถือหรือสเตอริโอในรถของคุณ
- เพิ่มความสามารถในฟีเจอร์ Multi User ด้วย Restricted Profiles สามารถตั้งค่าจำกัดการใช้งานแอพพลิเคัชั่นของบุคคลอื่น รวมไปถึงฟีเจอร์อย่าง in app purchase ซึ่งวิธีการนี้จะป้องกันลูกๆหลานๆของคุณไม่ให้เผลอกดซื้อแอพที่เสียเงินโดย ไม่ได้ตั้งใจได้
- พัฒนาเซนเซอร์การจับตำแหน่งของ Wi-Fi ได้แม่นยำขึ้น
- พัฒนา Notification access หรือการแจ้งเตือนให้มีการแสดงผลในหลากหลายรูปแบบ รวมถึงแจ้งเตือนไปยังอุปกรณ์ Android ใกล้เคียงผ่าน Bluetooth
สำหรับ Android 4.3 Jelly Bean จะทะยอยให้อุปกรณ์ที่เป็น Android ได้เริ่มอัพเดตไล่ตั้งแต่ Nexus 7 (รุ่นเก่า) Nexus 4, Nexus 10, และ Galaxy Nexus ผ่าน OTA ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ไปรษณีย์ไทยรับส่งลำไยให้กินถึงบ้าน
ข่าวจากบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) แจ้งว่า บริษัทได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสหกรณ์ประตูป่า จ.ลำพูน สานต่อโครงการช่วยเกษตรกรลำไย ใช้ศักยภาพการขนส่งที่มีประสิทธิภาพและเครือข่ายที่มีครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ กระจายผลผลิตจากสวนลำไยถึงผู้รับปลายทางโดยตรง ผ่าน"บริการอร่อยทั่วไทย สั่งได้ที่ไปรษณีย์" โดยปีนี้ ได้จัดทำแพ็คเกจกล่องสวยงามเหมาะสำหรับส่งมอบเป็นของขวัญวันแม่ เพื่อบรรจุลำไยพันธุ์อีดอ เกรดเอเอ พร้อมเอกสารเคล็ดลับวิธีทำเมนูลำไยแสนอร่อย เช่น แกงจืดลำไย และข้าวเหนียวเปียกลำไย บรรจุกล่องละ 5 กิโลกรัม ราคาปรับขึ้นลงตามราคาตลาดกลางผลไม้ โดยทั้งเป้าการจำหน่ายผ่านไปรษณีย์ไม่น้อยกว่า 30,000 กล่องหรือประมาณ 150 ตัน สามารถตรวจสอบราคาลำไยได้ที่ www.thailandpost.co.th
นอกจากนี้ ปณท ร่วมกับเอไอเอสจัดโปรโมชั่นพิเศษ ลูกค้าเอไอเอส รับส่วนลดกล่องละ 20 บาท เพียงแสดงข้อความในโทรศัพท์มือถือก่อนสั่งซื้อสินค้า ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามคอล เซ็นเตอร์ โทร 1555 และ 02 982 8222 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2556
กูเกิล เปิดตัวโครมแคส อุปกรณ์ขนาดเท่ายูเอสบี สำหรับใช้ดูวิดีโอคลิปออนไลน์ทางทีวี พร้อมกับเผยโฉมแท็บเล็ต เน็กซัส 7 รุ่นสอง
กูเกิล สหรัฐอเมริกา ได้แถลงข่าว เปิดตัวอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อกับทีวี เพื่อดูวิดีโอคลิปออนไลน์จากเว็บไซต์ เรียกว่า โครมแคส (Chormecast) ขนาดเท่าอุปกรณ์บันทึกข้อมูลแบบยูเอสบี หรือทัมบ์ไดรฟ์ ใช้สำหรับเสียบเข้ากับทีวีที่มีช่องพอร์ตเอชดีเอ็มไอ เพื่อดูวิดีโอคลิปจากเว็บไซต์ยูทูบ หรือสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์ ทำให้ทีวีรับชมวิดีโอคลิปออนไลน์ได้ทันที กูเกิลจะวางจำหน่ายโครมแคสในสหรัฐ
อเมริกา ในราคาประมาณ 35 ดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้กูเกิล ได้เปิดตัวแท็บเล็ต เน็กซัส 7 รุ่นสอง เป็นโมเดลสำหรับปี ค.ศ. 2013 ซึ่งมีขนาดบางและยาวกว่ารุ่นแรก กล้อง 5 ล้านพิกเซล จอ 7 นิ้ว ไอพีเอส ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เจลลีบีน 4.3 มีฟังก์ชั่นพิเศษตั้งค่าสำหรับใช้งานคนเดียวหรือหลายคน พร้อมระบบป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ที่เป็นเด็กกดซื้อแอพพลิเคชั่นโดยไม่ได้ ตั้งใจ.
กูเกิล สหรัฐอเมริกา ได้แถลงข่าว เปิดตัวอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อกับทีวี เพื่อดูวิดีโอคลิปออนไลน์จากเว็บไซต์ เรียกว่า โครมแคส (Chormecast) ขนาดเท่าอุปกรณ์บันทึกข้อมูลแบบยูเอสบี หรือทัมบ์ไดรฟ์ ใช้สำหรับเสียบเข้ากับทีวีที่มีช่องพอร์ตเอชดีเอ็มไอ เพื่อดูวิดีโอคลิปจากเว็บไซต์ยูทูบ หรือสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์ ทำให้ทีวีรับชมวิดีโอคลิปออนไลน์ได้ทันที กูเกิลจะวางจำหน่ายโครมแคสในสหรัฐ
อเมริกา ในราคาประมาณ 35 ดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้กูเกิล ได้เปิดตัวแท็บเล็ต เน็กซัส 7 รุ่นสอง เป็นโมเดลสำหรับปี ค.ศ. 2013 ซึ่งมีขนาดบางและยาวกว่ารุ่นแรก กล้อง 5 ล้านพิกเซล จอ 7 นิ้ว ไอพีเอส ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เจลลีบีน 4.3 มีฟังก์ชั่นพิเศษตั้งค่าสำหรับใช้งานคนเดียวหรือหลายคน พร้อมระบบป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ที่เป็นเด็กกดซื้อแอพพลิเคชั่นโดยไม่ได้ ตั้งใจ.
คลิปประวัติศาสตร์ ! Steve Job ปี 1999
คลิปวีดีโอดังกล่าวถูกถ่ายไว้โดยผู้เข้าร่วมงาน Macworld เมื่อปี 1999 ช่วงเวลาดังกล่าวเป็น Keynote ที่ สตีฟ จ็อบส์ ได้ขึ้นมากล่าวแนะนำคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คในชื่อ iBook นับเป็นคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องแรกๆที่สามารถท่องอินเตอร์เน็ตผ่านการเชื่อม ต่อกับ Wi-Fi ได้ ซึ่ง จ็อบส์ ก็ได้สาธิตการเล่นอินเตอร์เน็ตแบบไร้สายด้วยการเดินไปรอบๆเวที ที่สำคัญ จ็อบส์ ยังได้ปล่อยมุขตลกโดยการหยิบฮูลาฮูบขึ้นมาลอดผ่านเครื่อง iBook ที่เขาถืออยู่เพื่อเป็นการยืนยันต่อหน้าผู้เข้าร่วมงานว่าคอมพิวเตอร์โน๊ต บุ๊คเครื่องนี้ไม่ได้มีการต่อสายหรืออุปกรณ์ใดๆในการเชื่อมต่อสัญญาณ อินเตอร์เน็ตแต่อย่างใด
สำหรับ iBook ถือเป็นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คขนาดพกพาง่าย ราคาถูกสำหรับตลาดการศึกษาในช่วงเวลานั้น ซึ่งหากที่บ้านใครยังมีเครื่องนี้อยู่ละก็นับว่าเป็นของเก่าที่หายาก น่าสะสมเป็นอย่างยิ่ง
ไม่มีใครแก่เกิน LINE - 1001
คุณผู้อ่านหลาย ๆ
ท่านคงจะรู้จักและมีแอพพลิเคชั่นที่สุดแสนสะดวกในการติดต่อสื่อสาร
มีไอคอนสีเขียว ๆ เด่นสะดุดตาอย่างแอพพลิเคชั่นไลน์ “LINE” กันนะครับ
ไลน์เป็นแอพพลิเคชั่นสัญชาติญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2010 (แต่เสร็จพร้อมใช้งานจริงในเดือนมิถุนายน 2011) โดยบริษัท Naver Japan Corporation และบริษัท livedoor ร่วมทุนกัน เหตุที่ต้องสร้างไลน์ขึ้นมานั้น เพราะประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวบ่อยมาก และในบางครั้งที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว สัญญาณโทรศัพท์ก็ล้มเหลว ชาวญี่ปุ่นที่ประสบภัยพิบัติก็ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ทาง NHN Japan จึงได้ตัดสินใจออกแบบแอพพลิเคชั่นที่สามารถส่งข้อความโต้ตอบกันได้อย่างรวด เร็ว สามารถใช้งานร่วมกันได้ทั้งบนโทรศัพท์มือถือและในคอมพิวเตอร์ นอกจากความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารโต้ตอบของผู้ใช้แล้ว ผู้ใช้ของไลน์ยังสามารถส่งภาพแทนความรู้สึกหรือแทนคำพูดน่ารัก ๆ เป็นแบบสติกเกอร์ ได้ส่งหากันแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย (และมีแบบซื้อเพิ่มสำหรับคนที่อยากได้สติกเกอร์น่ารัก ๆ เพิ่มเติมจากสติกเกอร์พื้นฐานที่ไลน์มีให้) ทำให้ปัจจุบัน ไลน์ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วมาก ล่าสุดก็มีข่าวว่า ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2013 ที่ผ่านมา ไลน์มีผู้ใช้งานทั่วโลกที่ลงทะเบียนครบ 200 ล้านรายแล้ว (ภายในระยะเวลา 2 ปีนิด ๆ ที่เปิดให้ใช้งาน) และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย ๆ ต่อไปอีก โดยส่วนตัวตั้งแต่มีแอพพลิเคชั่นนี้ขึ้นมา ผมก็ประหยัดค่าโทรศัพท์กับเพื่อน ๆ และที่ทำงานลงไปเยอะมาก ใช้ไลน์ในการติดต่อสื่อแทนการโทรศัพท์คุยงาน แทบจะพูดได้เลยว่าทุกวันนี้ผมเสียเงินค่าโทรศัพท์แค่กับคุณพ่อและคุณแม่ที่ บ้านเท่านั้น แต่เอ๊ะ! แล้วทำไมผมไม่ทดลองมาคุยกับคุณพ่อและคุณแม่ผ่านทางไลน์บ้างล่ะ คุณพ่อและคุณแม่ของผมเป็นพ่อค้าแม่ค้าธรรมดาทั่วไป มีความรู้แค่ ป.4 เท่านั้น แถมอายุก็ประมาณ 60 ปีนิด ๆ แล้วด้วย ไม่ได้อยู่กับโลกเทคโนโลยีทุกวันอย่างวัยรุ่นสมัยนี้ ภาษาไทยก็ไม่แข็งแรงมากด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร คือ ท่านมีความกล้าครับ ไม่กลัวเทคโนโลยีสมัยใหม่ใด ๆ ทั้งสิ้น ผมเลยจัดแจงหา iPad ให้ท่านหนึ่ง เครื่อง เพื่อไว้ใช้สนทนาไลน์กันครับ แรก ๆ พวกท่านก็ยังใช้งานไม่ค่อยเป็นเท่าไรนัก ผมต้องค่อย ๆ สอนวิธีใช้งานให้ท่านครับ เหมือนตอนที่พวกท่านสอนผมอ่านหนังสือตอนเด็ก ๆ การใช้งานก็มีกดถูกบ้าง กดผิดบ้าง บอกพวกท่านไปว่าอย่าไปกลัวเครื่องมันเสียหรือเจ๊ง มันไม่มีผีออกมา มันกัดเราไม่ได้ ถ้ามันเสียก็ซ่อมได้ แล้วในที่สุดก็ได้พบว่า “ไม่มีใครแก่เกิน LINE” ครับ หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ผมก็คุยกับคุณพ่อและคุณแม่ทางไลน์ มีการสร้างกลุ่มภายในครอบครัวระหว่างพี่น้องเพื่อคุยกันด้วย ซึ่งคุณแม่ชอบมาก ๆ เพราะท่านบอกว่าส่งข้อความครั้งเดียวอบรมลูก ๆ ได้ทุกคนเลย แถมไม่นานมานี้คุณแม่ของผมมีพัฒนาการในไลน์เพิ่มอีกขั้น ด้วยการที่ท่านสามารถส่งสติกเกอร์ได้ด้วยตนเองแล้วครับ ดูท่านภูมิใจมากและเริ่มส่งมากขึ้นด้วยครับ ทุกวันนี้นอกจากจะประหยัดค่าโทรศัพท์ลงไปพอสมควร ก็ยังประหยัดค่าหนังสือพิมพ์อีกด้วย เพราะคุณพ่อและคุณแม่เริ่มอ่านข่าวใน iPad จากแอพพลิเคชั่นที่ผมดาวน์โหลดไว้ให้ มีเปิดเฟซไทม์เห็นหน้ากันบ้างเป็นครั้งคราว และมีเกมที่เล่นไม่ยาก ไว้ให้คุณพ่อและคุณแม่เล่นเวลาว่าง ๆ เพิ่มอีกด้วย และพัฒนาการล่าสุดของคุณแม่ของผม คือ ท่านใช้งานยูทูบเป็นแล้วครับ ด้วยเหตุผลที่ท่านอยากดูคุณชายทั้ง 5 คนแห่งวังจุฑาเทพ ผมเลยต้องสอนวิธีการใช้งาน ยูทูบ ให้ท่านไป ตอนนี้เวลาว่างของคุณแม่ก็จะกดดูละครและภาพยนตร์เรื่อย ๆ คุณผู้อ่านหลายคนพออ่านมาถึงจุดนี้แล้ว ผมอยากชวนให้คุณผู้อ่านที่เป็นคนยุคใหม่ลองนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรืออุปกรณ์ไอทีที่มีอยู่ไปให้ผู้ใหญ่ลองเล่นดูบ้าง รวมไปถึงคุณผู้อ่านที่เป็นผู้สูงวัยที่อ่านบทข่าวนี้อยู่ ผมอยากให้ลองเล่นเทคโนโลยีใหม่ ๆ พวกนี้ดูบ้างครับ ท่องไว้ในใจเลยครับว่า “อย่าไปกลัวมัน ถ้าเสียก็ซ่อมได้” และขอยินดีต้อนรับทุกท่านล่วงหน้าเข้าสู่โลก 1001 โลกไอทีที่ย่อโลกจริงทั้งใบมาอยู่ในมือครับ.
ไลน์เป็นแอพพลิเคชั่นสัญชาติญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2010 (แต่เสร็จพร้อมใช้งานจริงในเดือนมิถุนายน 2011) โดยบริษัท Naver Japan Corporation และบริษัท livedoor ร่วมทุนกัน เหตุที่ต้องสร้างไลน์ขึ้นมานั้น เพราะประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวบ่อยมาก และในบางครั้งที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว สัญญาณโทรศัพท์ก็ล้มเหลว ชาวญี่ปุ่นที่ประสบภัยพิบัติก็ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ทาง NHN Japan จึงได้ตัดสินใจออกแบบแอพพลิเคชั่นที่สามารถส่งข้อความโต้ตอบกันได้อย่างรวด เร็ว สามารถใช้งานร่วมกันได้ทั้งบนโทรศัพท์มือถือและในคอมพิวเตอร์ นอกจากความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารโต้ตอบของผู้ใช้แล้ว ผู้ใช้ของไลน์ยังสามารถส่งภาพแทนความรู้สึกหรือแทนคำพูดน่ารัก ๆ เป็นแบบสติกเกอร์ ได้ส่งหากันแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย (และมีแบบซื้อเพิ่มสำหรับคนที่อยากได้สติกเกอร์น่ารัก ๆ เพิ่มเติมจากสติกเกอร์พื้นฐานที่ไลน์มีให้) ทำให้ปัจจุบัน ไลน์ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วมาก ล่าสุดก็มีข่าวว่า ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2013 ที่ผ่านมา ไลน์มีผู้ใช้งานทั่วโลกที่ลงทะเบียนครบ 200 ล้านรายแล้ว (ภายในระยะเวลา 2 ปีนิด ๆ ที่เปิดให้ใช้งาน) และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย ๆ ต่อไปอีก โดยส่วนตัวตั้งแต่มีแอพพลิเคชั่นนี้ขึ้นมา ผมก็ประหยัดค่าโทรศัพท์กับเพื่อน ๆ และที่ทำงานลงไปเยอะมาก ใช้ไลน์ในการติดต่อสื่อแทนการโทรศัพท์คุยงาน แทบจะพูดได้เลยว่าทุกวันนี้ผมเสียเงินค่าโทรศัพท์แค่กับคุณพ่อและคุณแม่ที่ บ้านเท่านั้น แต่เอ๊ะ! แล้วทำไมผมไม่ทดลองมาคุยกับคุณพ่อและคุณแม่ผ่านทางไลน์บ้างล่ะ คุณพ่อและคุณแม่ของผมเป็นพ่อค้าแม่ค้าธรรมดาทั่วไป มีความรู้แค่ ป.4 เท่านั้น แถมอายุก็ประมาณ 60 ปีนิด ๆ แล้วด้วย ไม่ได้อยู่กับโลกเทคโนโลยีทุกวันอย่างวัยรุ่นสมัยนี้ ภาษาไทยก็ไม่แข็งแรงมากด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร คือ ท่านมีความกล้าครับ ไม่กลัวเทคโนโลยีสมัยใหม่ใด ๆ ทั้งสิ้น ผมเลยจัดแจงหา iPad ให้ท่านหนึ่ง เครื่อง เพื่อไว้ใช้สนทนาไลน์กันครับ แรก ๆ พวกท่านก็ยังใช้งานไม่ค่อยเป็นเท่าไรนัก ผมต้องค่อย ๆ สอนวิธีใช้งานให้ท่านครับ เหมือนตอนที่พวกท่านสอนผมอ่านหนังสือตอนเด็ก ๆ การใช้งานก็มีกดถูกบ้าง กดผิดบ้าง บอกพวกท่านไปว่าอย่าไปกลัวเครื่องมันเสียหรือเจ๊ง มันไม่มีผีออกมา มันกัดเราไม่ได้ ถ้ามันเสียก็ซ่อมได้ แล้วในที่สุดก็ได้พบว่า “ไม่มีใครแก่เกิน LINE” ครับ หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ผมก็คุยกับคุณพ่อและคุณแม่ทางไลน์ มีการสร้างกลุ่มภายในครอบครัวระหว่างพี่น้องเพื่อคุยกันด้วย ซึ่งคุณแม่ชอบมาก ๆ เพราะท่านบอกว่าส่งข้อความครั้งเดียวอบรมลูก ๆ ได้ทุกคนเลย แถมไม่นานมานี้คุณแม่ของผมมีพัฒนาการในไลน์เพิ่มอีกขั้น ด้วยการที่ท่านสามารถส่งสติกเกอร์ได้ด้วยตนเองแล้วครับ ดูท่านภูมิใจมากและเริ่มส่งมากขึ้นด้วยครับ ทุกวันนี้นอกจากจะประหยัดค่าโทรศัพท์ลงไปพอสมควร ก็ยังประหยัดค่าหนังสือพิมพ์อีกด้วย เพราะคุณพ่อและคุณแม่เริ่มอ่านข่าวใน iPad จากแอพพลิเคชั่นที่ผมดาวน์โหลดไว้ให้ มีเปิดเฟซไทม์เห็นหน้ากันบ้างเป็นครั้งคราว และมีเกมที่เล่นไม่ยาก ไว้ให้คุณพ่อและคุณแม่เล่นเวลาว่าง ๆ เพิ่มอีกด้วย และพัฒนาการล่าสุดของคุณแม่ของผม คือ ท่านใช้งานยูทูบเป็นแล้วครับ ด้วยเหตุผลที่ท่านอยากดูคุณชายทั้ง 5 คนแห่งวังจุฑาเทพ ผมเลยต้องสอนวิธีการใช้งาน ยูทูบ ให้ท่านไป ตอนนี้เวลาว่างของคุณแม่ก็จะกดดูละครและภาพยนตร์เรื่อย ๆ คุณผู้อ่านหลายคนพออ่านมาถึงจุดนี้แล้ว ผมอยากชวนให้คุณผู้อ่านที่เป็นคนยุคใหม่ลองนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรืออุปกรณ์ไอทีที่มีอยู่ไปให้ผู้ใหญ่ลองเล่นดูบ้าง รวมไปถึงคุณผู้อ่านที่เป็นผู้สูงวัยที่อ่านบทข่าวนี้อยู่ ผมอยากให้ลองเล่นเทคโนโลยีใหม่ ๆ พวกนี้ดูบ้างครับ ท่องไว้ในใจเลยครับว่า “อย่าไปกลัวมัน ถ้าเสียก็ซ่อมได้” และขอยินดีต้อนรับทุกท่านล่วงหน้าเข้าสู่โลก 1001 โลกไอทีที่ย่อโลกจริงทั้งใบมาอยู่ในมือครับ.
ยืนยัน ! 4 กันยายน เปิดตัว Note 3
Samsung Unpacked Episode 2
เป็นหนึ่งในอีเวนท์ที่กำลังจะเกิดขึ้นท่ามกลางงาน IFA 2013 ในวันที่ 4
กันยายน ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน
ซึ่งลายเส้นของโลโก้ในงานครั้งนี้บ่งบอกได้ชัดเจนถึงลักษณะของอุปกรณ์ที่
สามารถใช้การขีดเขียนได้อย่างอิสระด้วยปากกา S-Pen
ที่จะเป็นอื่นใดไม่ได้นอกจาก Samsung Galaxy Note 3
ที่สำคัญไปกว่านั้นคือประโยคในโลโก้ที่กล่าวว่า "Note The Date"
ที่มีนัยสำคัญบางอย่างแฝงอยู่ โดย Samsung อาจสื่อให้เราเห็นว่าไม่ใช่แค่
Note 3 เท่านั้น แต่มันอาจรวมถึงการเปิดตัว SmartWatch ในชื่อ Samsung Gear
ด้วยก็เป็นได้
สำหรับข้อมูลของ Samsung Galaxy Note 3 จนถึงตอนนี้ยังคงมาในคอนเซปต์หน้าจอที่ใหญ่ขึ้น แบ่งเป็น 3 ขนาดได้แก่ 5.5, 5.7 และ 6 นิ้ว มีความสามารถที่หลากหลายใกล้เคียงกับ Galaxy S4 มีการแบ่งชิปประมวลผลออกเป็น 2 แบบตามตลาดที่ตั้งเป้าหมายการจำหน่ายไว้ ประกอบไปด้วย Qualcomm 4Snapdragon 800 กับ New Exynos Octa 5 มี RAM 3 GB, รัน Android 4..3 พร้อมกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล สามารถทำงานร่วมกับ Samsung Gear ได้ด้วย
สำหรับข้อมูลของ Samsung Galaxy Note 3 จนถึงตอนนี้ยังคงมาในคอนเซปต์หน้าจอที่ใหญ่ขึ้น แบ่งเป็น 3 ขนาดได้แก่ 5.5, 5.7 และ 6 นิ้ว มีความสามารถที่หลากหลายใกล้เคียงกับ Galaxy S4 มีการแบ่งชิปประมวลผลออกเป็น 2 แบบตามตลาดที่ตั้งเป้าหมายการจำหน่ายไว้ ประกอบไปด้วย Qualcomm 4Snapdragon 800 กับ New Exynos Octa 5 มี RAM 3 GB, รัน Android 4..3 พร้อมกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล สามารถทำงานร่วมกับ Samsung Gear ได้ด้วย
ซัมซุงขอนำเทรนด์มือถืออีกครั้ง พูดและแชะผ่านกาแล็คซี่เอส 4 ซูม
เทรนด์ “ทอล์ก แอนด์ ซูม (Talk & Zoom)” ผ่านสมาร์ทโฟนกาแล็คซี่ เอส 4 ซูม ให้พูดและถ่ายรูปได้พร้อมกัน ใส่กล้องในมือถือออพติคัลซูม 10 เท่า ระบุการถ่ายรูปแล้วแชร์กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้คนไปแล้ว
นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ที่พัทยา จ.ชลบุรี ในระหว่างการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4 ซูม ว่า เป็นความพยายามของซัมซุงที่จะพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ในยุคปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่คุยผ่านโทรศัพท์น้อยลง แต่จะใช้วิธีพิมพ์ข้อความหากันมากขึ้น การถ่ายรูปแล้วแชร์ผ่านเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์กกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว
นายวิชัย กล่าวว่า ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4 ซูม (Samsung Galaxy S4 Zoom) จึงเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นของซัมซุง พัฒนาโดยผสมผสานรูปลักษณ์รวมถึงความสามารถและคุณสมบัติจากกาแล็คซี่ เอส 4 กับคุณสมบัติของการถ่ายภาพชั้นสูงของกล้องถ่ายรูปคอมแพคไว้ด้วยกัน ให้เป็นกล้องถ่ายรูปภาพบนมือถือที่มีประสิทธิภาพเหมือนกล้องของช่างภาพมือ อาชีพ เลนส์ซูมแบบออพติคัล 10 เท่า เซนเซอร์รับภาพแบบบีเอสไอ ซีมอส (BSI CMOS) กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล สามารถบันทึกภาพได้จากทุกระยะ และในทุกสภาพแสง
นอกจากนี้ยังมีระบบกันภาพสั่นไหวแบบโอไอเอส (OIS-Optical Image Stabilizer) เพื่อลดการสั่นไหว ช่วยให้การถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอขณะทำการซูมเข้ามีความคมชัดมากขึ้น โหมดอินคอล โฟโต้แชร์ ซึ่งเฉพาะในซัมซุงให้ถ่ายภาพขณะกำลังโทรศัพท์ได้ทันที โดยไม่ต้องวางสาย และส่งภาพนั้นไปให้ใครก็ได้ผ่านเอ็มเอ็มเอสได้ทันที รวมถึงสมาร์ทโหมด ประกอบด้วยโหมดมาโคร ภาพเคลื่อนไหว แลนด์สเคป ฯลฯ และแอพพลิเคชั่นเสริมอื่น ๆ ที่อยู่ในกล้อง และดาวน์โหลดได้จากเพลย์สโตร์
สำหรับคุณสมบัติเบื้องต้นของกาแล็คซี่ เอส 4 ซูม มีดังนี้ หน่วยประมวลผลดูอัลคอร์ 1.5 กิกะเฮิรตซ์ ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.2 เจลลีบีน รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 3 จี จอซูเปอร์อะโมเลด 4.3 นิ้ว หน่วยความจำ 8 กิกะไบต์ เพิ่มหน่วยความจำผ่านไมโครเอสดีการ์ดได้ 64 กิกะไบต์ และแบตเตอรี่ 2,330 มิลลิแอมป์ ราคา 15,800 บาท.
iOS 7 การออกแบบที่ถูกใจกว่า iOS 6
หากเพื่อนๆอยากรู้ว่า iOS 7 กับ iOS 6 ผู้ใช้จะชื่นชอบสไตล์ใดมากกว่ากัน
วันนี้เรามีผลสำรวจออนไลน์จาก Polar compares เป็นการเปรียบเทียบ user
interface ระหว่างว่า "ของเก่ากับของใหม่" อันไหนจะถูกใจผู้ใช้ที่สุด
ในการสำรวจครั้งนี้เป็นการนำส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงใน iOS 7
มาเทียบกับองค์ประกอบแบบเดิมของ iOS 6
พร้อมให้กลุ่มผู้ใช้ได้ให้คะแนนโหวตกัน เริ่มกันที่
๐ แถบ Lock Screen - OS 7 : 1,054 votes, iOS 6 : 254 votes
๐ Notification - iOS 7 : 1,087 votes, iOS 6 : 200 votes
๐ Contacts icon - iOS 7 : 19,702 votes, iOS 6 : 8,979 votes
๐ Siri icon - iOS 7 : 6,914 votes, iOS 6 : 8,243 votes
๐ Passbook icon - iOS 7 : 16,096 votes, iOS 6 : 14,233 votes
๐ Maps icon - iOS 7: 10,904 votes, iOS 6 : 4,195 votes
๐ Safari icon - iOS 7: 10,597 votes, iOS 6 : 17,593 votes
ชมเพิ่มเติมได้ตามรูปภาพประกอบ
นอกจากนี้ยังมีการสำรวจและให้คะแนนเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยบน iPhone ว่าระหว่างเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Finger Print) กับระบบความปลอดภัยแบบใส่รหัสเหมือนทั่วๆไป ผู้ใช้จะเลือกแบบไหน ปรากฎว่าผลโหวตถึง 170 คะแนนเลือกเซนเซอร์สแกนลายนิ้ว ส่วนอีก 68 คะแนนเลือกแบบใส่รหัสทั่วไป
จากผลการโหวตจะเห็นแล้วว่า iOS 7 มีคะแนนทิ้งห่าง iOS 6 พอสมควร แม้ของใหม่จะมีผู้ที่ชื่นชอบมากกว่าของเก่าเป็นธรรมดา แต่ของเก่าอย่าง iOS 6 ก็ยังคงมีผู้ที่พอใจหรือชอบในเอกลักษณ์เดิมอยู่ ฉะนั้นผลโหวตดังกล่าวน่าจะเป็นการบ้านของ Apple ที่จะทำอย่างไรให้ iOS 7 เป็นที่ติดตาตรึงใจ และดึงดูดกลุ่มผู้ใช้ iOS 6 ให้หันมาใช้รุ่นใหม่ให้ได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตามแม้คะแนนโหวตของ iOS 7 จะเหนือกว่า iOS 6 อย่างท่วมท้น แต่สิ่งที่จะทำทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น คือ ความง่ายในการเรียนรู้ตลอดจนการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน ซึ่งบททดสอบที่แท้จริงของ iOS 7 และ Apple จะเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้ใช้ iOS ทั่วโลกได้สัมผัสกันแบบจริงจัง
๐ แถบ Lock Screen - OS 7 : 1,054 votes, iOS 6 : 254 votes
๐ Notification - iOS 7 : 1,087 votes, iOS 6 : 200 votes
๐ Contacts icon - iOS 7 : 19,702 votes, iOS 6 : 8,979 votes
๐ Siri icon - iOS 7 : 6,914 votes, iOS 6 : 8,243 votes
๐ Passbook icon - iOS 7 : 16,096 votes, iOS 6 : 14,233 votes
๐ Maps icon - iOS 7: 10,904 votes, iOS 6 : 4,195 votes
๐ Safari icon - iOS 7: 10,597 votes, iOS 6 : 17,593 votes
ชมเพิ่มเติมได้ตามรูปภาพประกอบ
นอกจากนี้ยังมีการสำรวจและให้คะแนนเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยบน iPhone ว่าระหว่างเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Finger Print) กับระบบความปลอดภัยแบบใส่รหัสเหมือนทั่วๆไป ผู้ใช้จะเลือกแบบไหน ปรากฎว่าผลโหวตถึง 170 คะแนนเลือกเซนเซอร์สแกนลายนิ้ว ส่วนอีก 68 คะแนนเลือกแบบใส่รหัสทั่วไป
จากผลการโหวตจะเห็นแล้วว่า iOS 7 มีคะแนนทิ้งห่าง iOS 6 พอสมควร แม้ของใหม่จะมีผู้ที่ชื่นชอบมากกว่าของเก่าเป็นธรรมดา แต่ของเก่าอย่าง iOS 6 ก็ยังคงมีผู้ที่พอใจหรือชอบในเอกลักษณ์เดิมอยู่ ฉะนั้นผลโหวตดังกล่าวน่าจะเป็นการบ้านของ Apple ที่จะทำอย่างไรให้ iOS 7 เป็นที่ติดตาตรึงใจ และดึงดูดกลุ่มผู้ใช้ iOS 6 ให้หันมาใช้รุ่นใหม่ให้ได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตามแม้คะแนนโหวตของ iOS 7 จะเหนือกว่า iOS 6 อย่างท่วมท้น แต่สิ่งที่จะทำทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น คือ ความง่ายในการเรียนรู้ตลอดจนการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน ซึ่งบททดสอบที่แท้จริงของ iOS 7 และ Apple จะเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้ใช้ iOS ทั่วโลกได้สัมผัสกันแบบจริงจัง
[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th]
นับตั้งแต่ Instagram ส่งฟีเจอร์ถ่ายวีดีโอสั้น 15
วินาทีให้บรรดาผู้ใช้มือถือที่เป็น iOS และ Android
ผลปรากฏว่ามีกระแสตอบรับที่ดีเอามากๆ
จนตอนนี้ความนิยมสามารถแซงหน้าเหนือคู่แข่งอย่าง Vine ไปแบบไม่เห็นฝุ่น
แถมล่าสุดนี้ Instagram
ก็ประกาศส่งลูกเล่นใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกแล้วและน่าจะถูกใจคนชอบอัพวีดีโอสั้น
กันแน่นอน
การเปิดให้อัพเดตกันในวันนี้เป็น Instagram ในเวอร์ชั่น 4.1 ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android เพิ่มความสามารถหลักๆเป็น 3 ประเภทดังนี้
1. ในฟีเจอร์ถ่ายวีดีโอสั้น ผู้ใช้สามารถเลือกวีดีโอจากในอัลบั้มเพื่อแชร์ลงใน Instagram ได้ โดยก่อนแชร์นั้นยังสามารถเลือกฟิลเตอร์ตกแต่งได้ด้วย
2. ในเวอร์ชั่น iOS ผู้ใช้สามารถปรับองศาของภาพได้หลายมุม (ปรับได้สูงสุด 25 องศา) ไม่ว่าจะต้องการให้ภาพนั้นเอียง ตรง หรือตะแคง เพียงแตะที่ปุ่มด้านซ้ายของปุ่มใส่กรอบ
3. สำหรับผู้ที่ใช้มือถือ Android 4.0 Ice Cream Sandwich ยินดีด้วยที่ฟีเจอร์ถ่ายวีดีโอสั้นจาก Instagram สามารถใช้ได้แล้วเช่นกันจร้าา
ใครที่ชอบแชร์วีดีโอสั้นล่ะก็ลองฟีเจอร์ใหม่ที่ดูหน่อยเป็นไง อาจเพลินไปกับการใช้งาน Instagram ยิ่งกว่าเดิมก็ได้นะ ^^ อัพเดต Instagram เวอร์ชั่น 4.1ได้แล้ววันนี้ทั้ง App Store และ Google Play
การเปิดให้อัพเดตกันในวันนี้เป็น Instagram ในเวอร์ชั่น 4.1 ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android เพิ่มความสามารถหลักๆเป็น 3 ประเภทดังนี้
1. ในฟีเจอร์ถ่ายวีดีโอสั้น ผู้ใช้สามารถเลือกวีดีโอจากในอัลบั้มเพื่อแชร์ลงใน Instagram ได้ โดยก่อนแชร์นั้นยังสามารถเลือกฟิลเตอร์ตกแต่งได้ด้วย
2. ในเวอร์ชั่น iOS ผู้ใช้สามารถปรับองศาของภาพได้หลายมุม (ปรับได้สูงสุด 25 องศา) ไม่ว่าจะต้องการให้ภาพนั้นเอียง ตรง หรือตะแคง เพียงแตะที่ปุ่มด้านซ้ายของปุ่มใส่กรอบ
3. สำหรับผู้ที่ใช้มือถือ Android 4.0 Ice Cream Sandwich ยินดีด้วยที่ฟีเจอร์ถ่ายวีดีโอสั้นจาก Instagram สามารถใช้ได้แล้วเช่นกันจร้าา
ใครที่ชอบแชร์วีดีโอสั้นล่ะก็ลองฟีเจอร์ใหม่ที่ดูหน่อยเป็นไง อาจเพลินไปกับการใช้งาน Instagram ยิ่งกว่าเดิมก็ได้นะ ^^ อัพเดต Instagram เวอร์ชั่น 4.1ได้แล้ววันนี้ทั้ง App Store และ Google Play
WhatsApp เพิ่มการส่งข้อความเสียงแล้ว
Voice Messages
คือฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้สามารถบันทึกและส่งข้อความเสียงสั้นๆได้
เมื่อผู้ต้องการส่งข้อความเสียง เพียงแค่แตะไอคอนรูปไมโครโฟนค้างไว้
และทำการพูดหลังจากนั้นให้ปล่อยนิ้วที่แตะไอคอนไมโครโฟนออก จากนั้น
WhatsApp ก็จะทำการส่งข้อความเสียงนั้นให้กับคู่สนทนาของเราโดยอัตโนมัติ
โดยฟีเจอร์นี้รองรับการใช้งานในทุกแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น iOS, Android,
Windows Phone 8 หรือแม้กระทั่ง BlackBerry และแน่นอนว่าผู้ใช้บริการ
WhatsApp ในทุกแพลตฟอร์มจะยังคงต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีในราคา 0.99
เหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 30 บาทเช่นเคย
แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าฟีเจอร์ Voice Messages ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใดเพราะก่อนหน้านี้หลายแอพพลิเคชั่นต่างมีฟีเจอร์ ดังกล่าวแล้วทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่แข่งที่สำคัญอย่าง LINE อย่างไรก็ตาม Voice Messages อาจเข้าเพิ่มความน่าใช้ให้กับ WhatsApp ที่มีฐานผู้ใช้บริการขนาดใหญ่จากทั่วโลกให้มียอดการใช้งานเพิ่มขึ้นต่อไป
แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าฟีเจอร์ Voice Messages ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใดเพราะก่อนหน้านี้หลายแอพพลิเคชั่นต่างมีฟีเจอร์ ดังกล่าวแล้วทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่แข่งที่สำคัญอย่าง LINE อย่างไรก็ตาม Voice Messages อาจเข้าเพิ่มความน่าใช้ให้กับ WhatsApp ที่มีฐานผู้ใช้บริการขนาดใหญ่จากทั่วโลกให้มียอดการใช้งานเพิ่มขึ้นต่อไป
ประโยชน์ของเฟสบุ๊ค
ในปัจจุบัน FaceBook หรือ Twitterเป็นสิ่งที่นิยมกันมากในหมู่วัยรุ่นและบุคคลที่ต้องการสื่อสาร สัมพันธ์กัน แม้ว่า FacBook จะถูกสร้างขึ้นเพื่อให้สามารถติดต่อสัมพันธ์กันในทางบวก แต่จากการศึกษาพบว่าในทางกลับกันFaceBookก็สามารถเป็นสื่อที่ก่อให้เกิด อันตรายได้ในเวลาเดียวกัน
ประวัติของ FaceBook
ผู้เริ่มต้นคิดค้น FaceBook คือ Mr. Mark Zuckerburg อายุ 23 ปี เมื่อปี ค.ศ. 2003 ในขณะนั้นเป็นนักศึกษาแผนกจิตวิทยา ของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด สหรัฐอเมริกา โดยเปิดให้เป็นบริการหนึ่งของนักศึกษามหาวิทยาลัยฮาเวิร์ดในการศึกษาหา ข้อมูลเท่านั้น แต่เนื่องจากมีสมาชิกมาใช้บริการกันอย่างล้นหลามจึงทำให้มีการขยายเครือข่าย มากขึ้นและพัฒนามาถึงหลายล้านคนในโลกปัจจุบัน
ข้อดีและข้อเสียของ FaceBook
ข้อดี
1.FaceBook จะเป็นการสร้างเครือข่ายและจุดประกายด้านการศึกษาได้อย่างกว้างขวาง หากใช้ได้อย่างถูกวิธี
2.ทำให้ไม่ตกข่าว คือทราบความคืบหน้า เหตุการณ์ของบุคคลต่างๆและผู้ที่ใกล้ชิด
3.ผู้ใช้สามารถสร้างเครือข่ายทางสังคม แฟนคลับหรือผู้ที่มีเป้าหมายเหมือนกัน และทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้
4.สามารถสร้างมิตรแท้ หรือเพื่อนที่รู้ใจที่แท้จริงได้
ข้อเสีย
1.FaceBook เป็นการขยายเครือข่ายทางสังคมในโลกอินเตอร์เนต ดังนั้นการมีเพิ่มเพื่อนเครือข่ายที่ไม่รู้จักดีพอ จะทำให้เกิดการลักลอบขโมยข้อมูล หรือการแฝงตัวของขบวนการหลอกลวงต่างๆได้
2.เพื่อนทุกคนในเครือข่ายสามารถเขียนข้อความต่างๆลง Wall ของ FaceBook ได้แต่หากเป็นข้อความที่เป็นความลับ การใส่ร้ายกัน หรือแฝงไว้ด้วยการยั่วยุต่างๆ จะทำให้ผู้อ่านที่ไม่มีวุฒิภาวะพอ หลงเชื่อ เกิดความขัดแย้ง และปัญหาตามมาในภายหลังได้
3.Facebook อาจเป็นช่องทางในการสร้างสังคมแห่งการนินทา หรือการยุ่งเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นโดยใช่เหตุ โด
ยเฉพาะสังคมที่ชอบสอดรู้สอดเห็น
4.การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดให้กับบุคคลภายนอกที่ไม่รู้จักดีพอ เช่นการลงรูปภาพของครอบครัวหรือลูก อาจนำมาเรื่องปัญหาการปลอมตัว หรือการหลอกลวงอื่นๆที่คาดไม่ถึงได้
5.เด็กๆที่ใช้เวลาในการเล่น Facebook มากเกินไป จะทำให้เสียการเรียน
จึงกล่าวได้ว่าผู้ปกครองควรเอาใจใส่ลูกหลานของท่านที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นซึ่ง นิยมท่องโลกอินเตอร์เน็ต ให้มีความระมัดระวังและมีวิจารณญาณในการเล่นFacebookมากยิ่งขึ้น เพราะ FaceBookนั้นเป็นทั้งสื่อที่มีทั้งคุณอนันต์และโทษมหันต์ในเวลาเดียวกัน
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)










